Creative Commons License

สวัสดีค่ะ วันนี้มาเสนอรีวิว แก้ปัญหาสายตาสั้นด้วยเลสิค PRK ค่ะ
 
เราที่มีปัญหาสายตาสั้น และตาเล็ก (ซึ่งเป็นผลทำให้ทำวิธี LASIK ไม่ได้ค่ะ)
ได้ไปทำเลสิคที่ศูนย์เลสิครัตนิน-กิมเบล โดยคุณหมอนุจิตร พานิช ค่ะ (คุณหมอเข้าวันพฤหัส-ศุกร์ และเสาร์ตอนเย็นค่ะ)
 
โดยไปทำพร้อมกับญาติอีกคนหนึ่ง ที่มีปัญหาสายตาสั้นและเอียง และตาแหง ตาไวต่อแสง
ซึ่งญาติเราสามารถทำด้วยวิธี LASIK ได้ แต่เราทำไม่ได้เนื่องจากตาเล็กเกินไป
ไม่สามารถนำเครื่องมือเข้าไปทำงานบนดวงตาได้ (ประมาณนี้) ซึ่งดวงตาเรามีปัญหาแค่สายตาสั้นเท่านั้น
ถ้าตาใหญ่กว่านี้ก็สามารถทำวิธี LASIK ได้ค่ะ
 
ซึ่งสภาพตาแต่ละคนก็จะแตกต่างกัน คุณหมอจะทำการตรวจตาโดยละเอียดก่อน
เพื่อดูว่าดวงตาเราเหมาะกับทำเลสิคด้วยวิธีไหน ซึ่งทั้ง 2 แบบก็มีแบ่งย่อยไว้อีก
อันนั้นสามารถศึกหาหาข้อมูลได้จาก Google และทางศูนย์เลสิคนะคะ
 
ไปอ่านข้อมูลของเรากันเล้ย!!!
 
===============================
 
  วันที่ 0 : ผ่าตัด 
 
วันนี้คุณหมอนัดผ่าตัด 10:30 ก็ทำการเตรียมตัว โดยจะต้องล้างหน้าล้างตาให้สะอาด ล้างมือด้วย
จากนั้นคุณผู้ช่วยก็จะนำเสื้อคุมและหมวกคุมผมมาให้ใส่ แล้วไปนอนรอหยอดยาชา (ยาชาจะทำให้ตาตึงๆ)
พอได้เวลาก็จะมีพยาบาลช่วยนำทางเข้าห้องผ่าตัด เรารู้สึกตาซ้ายมันจะรู้สึกอยู่ (ซึ่งน่าจะชาแล้วล่ะค่ะ แต่คิดไปเองด้วยอารมณ์กังวลกับการผ่าตัดมากกว่า)
 
เมื่อขึ้นเตียงแล้ว พยาบาลก็จะมาอธิบายว่า อย่าพยักหน้า มีอะไรให้คุยกันได้เลย (เพราะเป็นผ่าตัดเล็กไม่มีการดมยาสลบนะคะ) ผ่าตัดไปคุยไปได้ ซึ่งถ้าเจ็บขอให้บอกคุณหมอ
พยาบาลจะทำการติดผ้าเหมือนเป็นเทปอ่ะค่ะ ยึดขนตาไว้ และใช้เครื่องมือถ่างตา
จะรู้สึกขอบตาตึงๆ บ้าง แต่ที่ตาไม่รู้สึกแล้วค่ะ ชาไปเรียบร้อยแล้ว โดยจะทำข้างขวาก่อนค่ะ
 
จากนั้นจะให้เรามองไฟสีแดงไว้ อย่ามองทางอื่น มองเฉพาะไฟสีแดง (จะมีไฟสีแดงกับสีเขียวค่ะ)
1. คุณหมอใช้เครื่องสีขาวๆ เหมือนแปรงปัดที่ดวงตา (รู้สึกเหมือนมองผ่านกระจกเลยค่ะ ที่ตาไม่รู้สึกค่ะ)
2. จะมีเครื่องมือกลมๆ ไม่รู้ใช้ทำอะไร เหมือนแม่พิมพ์ทอดไข่ดาวกลมๆ อ่ะค่ะ แต่จะเล็กเท่าตาดำได้ (ประมาณ) ไม่รู้ว่าใช้ทำอะไร แต่ทาบที่ตาแล้วหมุนกรีดล่ะมั้งคะ (รู้สึกเหมือนใช้มาร์กเลยค่ะ)
3. คุณหมดจะใช้เครื่องขูดเนื้อตาดำออก เห็นเนื้อตาออกมาเหมือนขูดไอติมเลยค่ะ รู้สึกแปลกใหม่จริงๆ มองเห็นทุกอย่าง แต่ตอนนี้ก็ยังเพ่งที่แสงแดงอยู่นะคะ
4. จากนั้นคุณหมอก็ยิงเลเซอร์ 2 ที (ซึ่งคุณหมอจะบอกก่อนยิง) อันนี้ได้กลิ่นไหม้เหมือนใช้ไม้ตียุงตียุงแล้วมันไหม้เลยค่ะ กลิ่นเดียวกันเลย
5. แล้วคุณหมดก็จะใช้น้ำเย็นราดลงบนดวงตา ซึ่งจะไหลลงเบาๆ แต่รู้สึกได้เลยค่ะ เหมือนเอามือจับน้ำแข็งแห้งแล้วแสบเลยค่ะ แต่ที่ตาไม่รู้สึกนะคะ รู้สึกเฉพาะเนื้อรอบๆ ดวงตาเพราะไม่ได้โดยยาชา
6. สุดท้ายคุณหมอก็จะใส่คอนแทคเลนส์ให้ แต่ตาเราใส่ยาก เลยต้องดึงที่ยึดตาออกแล้วใส่ เพราะตาเล็กมาก คุณหมอถามว่าเคยใส่คอนแทคไหม เราก็ตอบว่าเคย แต่เอาออกเองไม่ได้ ต้องให้หมอเอาออกให้ คุณหมอก็เลยพูดว่า ขนาดหมดใช้กล้องขยายยังใส่ยากเลย แปลว่าตาเราเล็กมากจริงๆ นะนี่ 5555 ซึ่งตาซ้ายเล็กกว่าตาขวาค่ะ จากนั้นก็เปลี่ยนไปทำที่ตาซ้ายวิธีเดียวกันก็เป็นอันเสร็จ
 
ใช้เวลาในการผ่าตัดทั้งสิ้น 20 นาที ข้างละ 10 นาที ระหว่างผ่าตัดพูดคุยได้เป็นปกติ
 
เสร็จแล้วก็ถูกพากลับมานอนรอใส่ที่ครอบตากันความชื้น (ไม่ใช่แบบที่เป็นรูนะคะ) พักแปบๆ ก็กลับบ้านได้ค่ะ
ซึ่งก่อนเข้าห้องผ่าตัดจะได้รับยาและวิธีการใช้จากผู้ช่วยแล้ว และจ่ายค่าผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว
จะกลับบ้านก็ต้องมีญาติไปด้วย หรือเพื่อนก็แล้วแต่คอยช่วยพากลับเพราะครอบตาแล้วมองไม่เห็นค่ะ
เห็นเป็นฝ้าๆ เหมือนไอน้ำอ่ะค่ะ แต่เราก็เดินกลับได้สบายๆ แต่ต้องระวังพื้นเพราะมองไม่ค่อยชัดค่ะ
 
หลังจาก 6 ชม. ผ่านไปก็ค่อยเอาที่ครอบตาออก และเริ่มหยอดยาตามแพทย์สั่งค่ะ
 
ถามว่าเจ็บไหม? ไม่เจ็บเลยค่ะ แปลกใหม่ดีค่ะ 555
 
ถ้าทำด้วยวิธี LASIK หลังจากถ่างตาแล้ว จะใช้เครื่องเข้าไปกรีดกระจกตา แล้วยกขึ้นมายิงเลเซอร์ แล้วปิดกลับไปคืน ซึ่งทำเพียง 10 นาทีก็เสร็จทั้งสองข้าง และแผลหายเร็วกว่า แต่จะทิ้งรอยแผลเป็นเล็กน้อยค่ะ
 
 
 
  วันที่ 1 
 
วันนี้ตื่นขึ้น ลืมยากเล็กน้อยเพราะขี้ตาติดตา แต่ล้างหน้าไม่ได้ แต่ใช้สำลีก้านหยุดน้ำเกลือ (ที่ใช้ล้างแผล น่าจะอันเดียวกันนะคะ) แล้วเช็ดจากหัวตาไปหางตา ห้ามเช็ดซ้ำ
พอลืมตามานึกว่าจะเห็นเป็นฝ้าเหมือนตอนหลังผ่าตัด เพราะมันก็ใสดี แต่ไม่ได้ชัดเหมือนตาปกติ ยังมัวบ้าง จากที่สอบถาม คุณผู้ช่วยบอกว่าจะมัวลงในอีก 2-3 วัน ซึ่งวันนี้เราจะต้องไปหาคุณหมอตอนบ่ายเพื่อตรวจสภาพตาหลังจากการผ่าตัดค่ะ เข้าห้องหมอคุณหมอดูแปบๆ ก็เสร็จแล้ว นัดมาอีกในวันมะรืนค่ะ ถามคุณหมอว่าต้องหลับตาตลอดไหม คุณตอบว่าทำ PRK แผลหายช้ากว่า LASIK พยายามอย่าใช้สายตาจะดีกว่า เลยกลับมาหลับตานอนมากขึ้นค่ะ และหยอดตาเสมอ และน้ำตาเทียมทุกครึ่งชั่วโมงค่ะ เพราะตาแห้ง
 
 
  วันที่ 2 
 
วันนี้ตามัวลงไปจากเมื่อวานมาก ลงไปทางข้าวเช้าน้ำตาก็ไหล เคืองตาซ้ายค่ะ แต่เวลาอยู่ในห้องก็ไม่เป็นค่ะ วันนี้ตาเริ่มสมานกันเลยมัวๆ ค่ะ วันนี้เลยนอนหลับตาบ่อยขึ้น (แต่แอบดูทีวีนิดนึงด้วย) วันนี้น้องสาวไปช็อปปิ้งขากลับมายังลงไปรับได้ ใส่แว่นกันแดดไว้ค่ะ ก็เฉยๆ ไม่เจ็บไม่เคืองตาค่ะ
 
 
  วันที่ 3 
 
วันนี้ตายังมัวอยู่แต่ดีกว่าเมื่อวานค่ะ วันนี้คุณหมอนัดบ่ายสี่โมงครึ่ง ตาสบายขึ้น ก็หยอดยาตามปกติและหยอดน้ำตาเทียมบ่อยๆ เช่นเดิมค่ะ คุณหมอบอกว่าน้ำตาเทียมช่วยให้แผลสมานดีขึ้น และคุณผู้ช่วยบอกเคืองตาก็หยอด หยอดดะเลยว่างั้น จัดไปค่ะ แต่หยอดน้ำตาเทียมแล้วเป็นขี้ตาติดขนตาน่ารำคาญมากค่ะ T^T วันนี้คุณหมอดูอาการตาบอกว่า ดีขึ้นแผลมาชนกันแล้ว เหลือแต่ให้เนื้อตานูนขึ้น (ชั้นตาเหรอคะ ไม่แน่ใจนะคะ ลืมบ้างอะไรบ้าง แต่ประมาณนี้ค่ะ) ถามคุณหมอว่าออกไปข้างนอกได้ไหม คุณหมอบอกว่าได้ค่ะ เลยออกไปเดินห้างกับน้องสาว ไปกินราเมง (แต่เรากินแบบเย็นค่ะ) ก็หยอดตาเวลาตาแห้งตลอด ไปซื้อของได้ตามปกติ แต่นานไปหน่อยตาซ้ายมันกระตุกเลยรีบกลับค่ะ พออยู่ในรถแท็กซี่หยอดน้ำตาเทียมก็ดีขึ้นค่ะ
 
 
  วันที่ 4 
 
วันนี้ตายังมัวอยู่บ้างค่ะ แต่ก็ไม่เป็นปัญหาในการใช้ชีวิตค่ะ เพราะวันนี้ออกจากโรงแรม (ที่อยู่ตรงข้ามศูนย์เลสิคเลย) ไปอยู่คอนโดญาติแทนค่ะ ก็หลับตาบ่อยๆ หยอดน้ำตาเทียมทุกครึ่งชั่วโมงค่ะ แอบดูหนังผ่านมือถือทำเอาตาแห้งเลย (ดูไปหลายตอนเลยค่ะ)
 
 
  วันที่ 5 
 
วันนี้ตาก็มัวบ้าง พรุ่งนี้จะเอาคอนแทคเลนส์ออกแล้ว วันนี้ก็อยู่ในห้องไม่ออกไปไหน ยกเว้นลงไปทานข้าวค่ะ พักตา และแอบดูหนังผ่านมือถืออีกแล้ว 555+ ไม่ลืมหยอดตาตามแพทย์สั่งและน้ำตาเทียมค่ะ
 
 
  วันที่ 6 
 
วันนี้ไปหาคุณหมอช่วงบ่าย เอาคอนแทคเลนส์ออก คุณหมอว่าแผลดีขึ้นแล้ว ออกไปข้างนอกได้ ลดยาหยอดตาลงจากเดิม 3 ตัว + น้ำตาเทียม เป็น 1 ตัว + น้ำตาเทียม ค่ะ วันนี้เลยออกไปเที่ยวเซ็นทรัลกับเพื่อนตั้งหลายชั่วโมงแน่ะ ตอนเย็นถึงได้กลับตอนโด คุณหมอบอกว่าล้างหน้าเบาๆ ได้ สระผมได้ แต่เบาๆ นะ ก็จัดไปค่ะ โล่งขึ้นเยอะเลยค่ะ @*[]*@ วันรุ่งขึ้นถึงจัดหนักได้ค่ะ วะฮะฮะฮ่า
 
 
  วันที่ 7 
 
วันนี้กลับบ้านแต่ 7 โมงเช้าเลยค่ะ ตามัวกว่าเมื่อวานอีกค่ะ ><" แต่คุณผู้ช่วยบอกว่าใน 1 เดือน ตาจะมัวบ้างชัดบ้าง แต่จะค่อยๆ ชัดเป็นปกติใน 1 เดือนค่ะ ซึ่งคุณหมอนัดอีกที 3 สัปดาห์ค่ะ
 
--------------------------------------
 
วันนี้ก็วันที่ 9 แล้วค่ะ ถ้าใช้สายตามากมันก็มัวเอาได้ค่ะ แต่พอหยอดน้ำตาเทียม พักตา ล้างหน้าก็เห็นชัดขึ้น แต่ก็จะมัวลงบ้าง ชัดบ้างค่ะ รอดูผลอีกที่ภายในเดือนนี้ค่ะ
 
แต่เดี่ยววันจันทร์นี้ก็ต้องไปดูงานที่ระยองกับทางคณะที่มหาลัยอีก ยังไม่รู้ชะตากรรมเลยค่ะ เพราะมันจะต้องมัวบ้างชัดบ้างแบบนี้อีกแน่ค่ะ จะรอดไหมหนอ ><"
 
สำหรับ LASIK หลังผ่าตัด 3 วันก็ชัดแล้วค่ะ แต่แนะนำถามรายละเอียดกับคุณหมอดีกว่านะคะถ้าสนใจ
 
หวังว่ารีวิวนี้จะมีประโยชน์สำหรับหลายๆ คนที่คิดจะไปทำเลสิคบ้างนะคะ
ไม่เจ็บและไม่น่ากลัวอย่างที่คิดค่ะ ^^ ค่าใช้จ่ายหมดไปครึ่งแสนค่ะ ทั้งสองข้าง
แต่ก็มีหลายที่ที่ถูกกว่านี้ และแพงกว่านี้นะคะ แล้วแต่นิยมชมชอบว่าจะไปทำที่ไหนค่ะ
ส่วนตัวที่ที่เราทำส่วนใหญ่คนต่างชาติเยอะค่ะ บริการดีค่ะ แต่คุณหมอคนไหนเก่งนี่ไม่รู้ค่ะ
แต่เราไปวันอังคารคนเยอะมากค่ะ คุณหมอที่อยู่เวรวันอังคารกับเสาร์น่าจะเก่งนะคะ (คิดไปเองค่ะ)
แต่คุณผู้ช่วยบอกว่าเก่งทุกคนค่ะ สบายใจได้ ฮุฮุ

Comment

Comment:

Tweet

#4 By (82.170.137.12|148.251.91.38, 148.251.91.38, 127.0.0.1, 82.170.137.12) on 2014-09-10 11:50

ทำไปแลัว สุดท้ายก็ดีใช่ไหม

#3 By (61.90.32.177|61.90.32.177) on 2014-01-22 16:31

กิ้วๆ ตาเล็กcry

#2 By Paa orKant on 2013-05-16 14:28

แงงง ถึงยังไงก็ยังฟังดูน่ากลัวอยู่ดีอะ
สายตาสั้นเยอะฮะ แม่เคยเปรยๆว่า18แล้วจะพาไปทำ จนจะยี่สิบแล้วก็ยังไม่ได้ไป ยิ่งฟังก็ยิ่งกลัว

#1 By Rand Kung on 2013-05-02 22:05